เครื่องบีบคั้นแบบแม่แรง JKP เหมาะกับธุรกิจแบบไหน ตัวอย่างใช้งานจริงตั้งแต่น้ำผึ้งถึงกากหมู

เครื่องบีบคั้นแบบแม่แรง JKP เหมาะกับธุรกิจแบบไหน ตัวอย่างใช้งานจริงตั้งแต่น้ำผึ้งถึงกากหมู

งานแยกน้ำออกจากกากเป็นงานที่หลายธุรกิจต้องทำแต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง ร้านที่ทำไส้ผักต้องรีดน้ำออกจากผักสับก่อนห่อ ฟาร์มผึ้งต้องแยกน้ำผึ้งออกจากรวง คนทำกากหมูเจียวต้องบีบน้ำมันที่ค้างในกากออก ถ้าทำด้วยการห่อผ้าแล้วบิดมือ ก็ได้น้ำไม่หมด เหนื่อยแรง และทำได้ทีละไม่มาก ส่วนที่เหลือค้างในกากคือรายได้ที่หายไป

เครื่องบีบคั้นแยกน้ำ-กากแบบแม่แรง JKP ใช้แม่แรงมือโยกดันแผ่นกดลงบีบวัตถุดิบที่ห่อถุงกรองไว้ในถังตะแกรง น้ำไหลผ่านรูตะแกรงลงถาดรองแล้วออกทางปากเท ไม่มีมอเตอร์ ไม่ต้องใช้ไฟหรือลม ถังตะแกรงและแผ่นกดเป็นสแตนเลส 304 มีถัง 6 ขนาด ตั้งแต่ 8 ถึง 98 ลิตร รวม 9 รุ่น เลือกได้ทั้งแม่แรงไฮดรอลิก (ลงท้าย H) และแม่แรงเกลียว (ลงท้าย S)

เพราะเป็นเครื่องที่ไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า จึงตั้งได้ทั้งในครัว โรงเรือน หรือหน้างาน ลองดูว่าธุรกิจแบบไหนนำไปใช้ได้จริง

เหมาะกับธุรกิจแบบไหน

ฟาร์มผึ้งและผู้แปรรูปน้ำผึ้ง

รวงผึ้งอยู่ในรายการวัตถุดิบที่ผู้ผลิตระบุไว้ การบีบรวงด้วยแผ่นกดในถุงกรองช่วยแยกน้ำผึ้งออกจากรวงได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องไฟฟ้า เหมาะกับฟาร์มที่อยู่นอกเมืองหรือหน้างานที่ไม่สะดวกเรื่องไฟ ฟาร์มขนาดเล็กเริ่มจากถัง 8 หรือ 13 ลิตรได้ ถ้าเก็บรวงได้มากต่อรอบค่อยขยับไปถังใหญ่ แม่แรงเกลียวไม่มีน้ำมันอยู่ในตัว และค้างแรงกดได้นาน ให้น้ำผึ้งค่อย ๆ ไหลออก จึงเหมาะกับงานแบบนี้

ใช้เครื่องบีบคั้นแบบแม่แรงบีบรวงผึ้งแยกน้ำผึ้งออกจากรวง
ภาพจำลอง: บีบรวงผึ้งแยกน้ำผึ้งออกจากรวง ไม่ใช้ไฟฟ้า

ร้านน้ำผลไม้ สวนองุ่น และโรงทำไวน์ผลไม้ขนาดเล็ก

ผู้ผลิตระบุการคั้นน้ำองุ่นและน้ำผลไม้เป็นงานหลักของเครื่อง สวนผลไม้ที่แปรรูปผลผลิตเอง หรือผู้ผลิตไวน์ผลไม้ขนาดเล็กที่ต้องบีบกากองุ่นหลังหมัก ใช้รุ่นถัง 39 หรือ 98 ลิตรเพื่อบีบได้ครั้งละมาก ถัง 98 ลิตรรับวัตถุดิบได้ประมาณ 70–75 กก. ต่อรอบตามผู้ผลิต ร้านที่ทำปริมาณน้อยกว่าเลือกถัง 18 ลิตรได้ ซึ่งรับวัตถุดิบประมาณ 11.5–12.5 กก. ต่อรอบ

บีบกากองุ่นแยกน้ำองุ่นในโรงทำไวน์ผลไม้ขนาดเล็ก
ภาพจำลอง: บีบกากองุ่นแยกน้ำในโรงทำไวน์ผลไม้ขนาดเล็ก

ร้านซาลาเปา เกี๊ยว และอาหารที่ใช้ไส้ผัก

ไส้ผักที่มีน้ำมากเกินไปทำให้แป้งแฉะและห่อยาก ร้านที่ผลิตไส้ผักทุกวันต้องรีดน้ำออกจากผักสับเป็นประจำ การใช้เครื่องบีบแทนการบิดผ้าทำให้ได้ผักที่หมาดเท่ากันทุกรอบ และพนักงานไม่ต้องใช้แรงมือมาก ร้านกลุ่มนี้มักเลือกถังเล็กถึงกลาง แบบแม่แรงไฮดรอลิกที่ออกแรงโยกน้อยแต่ได้พิกัดแรงสูง เช่น ถัง 18 ลิตรแบบไฮดรอลิกมีพิกัดแรง 20 ตัน

ผู้ทำกากหมูเจียวและผลิตภัณฑ์ที่ต้องแยกน้ำมัน

กากหมูอยู่ในรายการวัตถุดิบที่ผู้ผลิตระบุสำหรับงานบีบน้ำมัน ผู้ทำกากหมูเจียวจึงใช้เครื่องนี้แยกน้ำมันที่ค้างอยู่ในกากออก แทนการกดหรือบิดด้วยมือ ควรรอให้กากอุ่นลงพอจับได้ ใช้ถุงทนร้อนและถุงมือกันร้อน ล้างเครื่องด้วยน้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างจานหลังงานน้ำมัน และควรมีถุงกรองแยกสำหรับงานนี้เพราะกลิ่นติดผ้า

งานสมุนไพร และผู้ผลิตที่ต้องแยกน้ำออกจากกากหมัก

กากสมุนไพร และกากเหล้า/สาโท ก็อยู่ในรายการวัตถุดิบตามผู้ผลิต ผู้ทำผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ต้องแยกน้ำออกจากกากหลังแช่หรือหมัก ใช้เครื่องนี้แทนการคั้นมือได้ ส่วนวัตถุดิบที่แข็งมาก เช่น กระดูก เปลือกแข็ง หรือเมล็ดแข็ง ไม่เหมาะ เพราะทำให้ตะแกรงบุบและแผ่นกดเอียง

ตัวอย่างวัตถุดิบที่ใช้กับเครื่องบีบคั้นแบบแม่แรง องุ่น รวงผึ้ง ไส้ผัก กากหมูเจียว กากเหล้า กากสมุนไพร
วัตถุดิบตามที่ผู้ผลิตระบุ: องุ่น รวงผึ้ง ไส้ผัก กากหมูเจียว กากเหล้า กากสมุนไพร

ตัวอย่างการวางในขั้นตอนทำงาน

ลองดูงานของร้านทำไส้ผักส่งร้านซาลาเปา ที่ใช้รุ่นถัง 18 ลิตรแบบแม่แรงไฮดรอลิก เครื่องบีบอยู่ระหว่างการหั่นผักกับการปรุงไส้

  1. เตรียมผัก (ก่อนเครื่อง): ล้าง หั่น และคลุกผักตามสูตรของร้าน แบ่งเป็นรอบตามปริมาณที่ถังรับได้
  2. ตั้งเครื่อง: วางเครื่องบนพื้นเรียบ วางภาชนะสำหรับอาหารที่มีฝาใต้ปากเท ตรวจถังตะแกรงสะอาดและนั่งกลางถาด
  3. ห่อและเกลี่ย: กางถุงกรองในถังตะแกรง พับขอบถุงคลุมขอบถัง ใส่ผักทีละน้อย เกลี่ยผิวให้เรียบ แล้วรวบปากถุงและวางแผ่นกดตรงกลาง
  4. บีบ (เครื่องทำงานหลัก): วางไม้รอง ตั้งแม่แรงให้ตรง ปิดวาล์วคลาย แล้วโยกช้า ๆ จนน้ำเริ่มไหล ค้างแรงสักครู่ให้น้ำไหลตาม แล้วโยกเพิ่ม ทำซ้ำจนน้ำเหลือแค่หยด
  5. เอากากออก (หลังเครื่อง): หมุนวาล์วคลาย ยกแม่แรง ไม้รอง และแผ่นกดออก ดึงถุงผักที่หมาดแล้วส่งไปปรุงไส้ต่อ
  6. ล้างจบวัน: ซักถุงทันที ฉีดน้ำผ่านรูตะแกรงจากด้านในออกด้านนอก ล้างถาดรอง เช็ดให้แห้ง ไม่ฉีดน้ำใส่ตัวแม่แรง
แม่แรงเกลียวของเครื่องบีบคั้น ห้อยจากคานบน โยกด้ามให้ก้านเกลียวดันแผ่นกดลง
แม่แรงเกลียว (รุ่นลงท้าย S) ห้อยใต้คานบน ค้างแรงกดได้นาน ไม่มีน้ำมันในตัว

จุดเด่นที่ช่วยธุรกิจ

  • ไม่ต้องใช้ไฟหรือลม: ตั้งได้ทุกที่ที่มีพื้นเรียบแข็งแรง ไม่มีค่าไฟเพิ่ม
  • ได้น้ำมากกว่าบิดมือ: แรงจากแม่แรง 3 ถึง 32 ตันตามรุ่น ค้างแรงให้น้ำไหลจนหมด
  • ส่วนสัมผัสวัตถุดิบเป็นสแตนเลส 304: ถังตะแกรงและแผ่นกด ผู้ผลิตระบุเป็นเกรดอาหาร
  • ล้างง่าย: ถอดแยกถังตะแกรง แผ่นกด และถาดรองล้างน้ำได้ทั้งชิ้น
  • เลือกแม่แรงตามงาน: H ออกแรงน้อยได้แรงสูง · S ไม่มีน้ำมันในเครื่องและค้างแรงได้นาน
  • ขยายตามปริมาณ: ถังตั้งแต่ 8 ถึง 98 ลิตร เลือกให้พอดีกับวัตถุดิบต่อรอบ

สรุปสเปกย่อ

ถังตะแกรง

รุ่น / แม่แรง

วัตถุดิบต่อรอบ · น้ำหนักเครื่อง

8 ลิตร

JKP-8H ไฮดรอลิก 3 ตัน · JKP-8S เกลียว 3.2 ตัน

ประมาณ 4–5 กก. · 20 กก.

13 ลิตร

JKP-13H ไฮดรอลิก 10 ตัน · JKP-13S เกลียว 5 ตัน

ประมาณ 5–11 กก. · 28 กก.

18 ลิตร

JKP-18H ไฮดรอลิก 20 ตัน · JKP-18S เกลียว 10 ตัน

ประมาณ 11.5–12.5 กก. · 38 กก.

39 ลิตร

JKP-39S เกลียว 20 ตัน

ประมาณ 22.5–25 กก. · 75 กก.

52 ลิตร

JKP-52S เกลียว 20 ตัน

สอบถามฝ่ายขาย · 78 กก.

98 ลิตร

JKP-98S เกลียว 32 ตัน

ประมาณ 70–75 กก. · 115 กก.

ทุกรุ่น

รหัส 34764–34772 · ไม่ใช้ไฟฟ้า

แผ่นกดหนา 6 / 8 / 10 มม. ตามขนาดถัง

ก่อนสั่งควรเตรียมอะไร

  • ชนิดและสภาพวัตถุดิบ: สด หมัก ร้อน หรือเหนียว เพื่อเลือกขนาดถังและชนิดแม่แรง
  • ปริมาณต่อรอบหรือต่อวัน: เทียบกับปริมาณวัตถุดิบที่แต่ละถังรับได้ งานปริมาณมากทั้งวันต้องคำนึงว่าใช้แรงคนโยกทุกรอบ
  • พื้นที่หน้างาน: พื้นเรียบแข็งแรง เผื่อด้านหน้าไว้วางภาชนะรองน้ำ และเผื่อระยะเหวี่ยงด้ามของแม่แรงเกลียว
  • ถุงกรองสำรอง: ในชุดมีถุงกรองและไม้รองเสริมความสูง ควรมีถุงสำรองไว้สลับซักและแยกตามประเภทงาน
  • ภาชนะรองน้ำสำหรับอาหาร: สแตนเลสหรือพลาสติกสำหรับอาหาร มีฝาปิดกันแมลง
  • ตัวเลือกเสริม: ล้อเลื่อนและแผ่นฐานสแตนเลสรุ่นอัปเกรด สอบถามฝ่ายขายว่ามีในรุ่นใด

ดูรายละเอียดทั้ง 9 รุ่นได้ที่ หน้าสินค้าเครื่องบีบคั้นแบบแม่แรง สแตนเลส 304 รุ่น JKP ภาพสินค้าเพิ่มเติมอยู่ใน บทความรวมภาพเครื่องบีบคั้นแบบแม่แรง และวิธีโยกแม่แรงทั้งสองแบบอ่านได้ใน คู่มือการใช้งานภาษาไทย

สอบถามราคา / เลือกรุ่น / สั่งซื้อ LINE @PYCM โทร 02-114-7416 ต่อ 2

💬 LINE @pycm