เครื่องบีบคั้นระบบลม PNP เหมาะกับธุรกิจไหน ตัวอย่างใช้จริงร้านกะทิ ไส้ผัก และงานหมักข้าว

เครื่องบีบคั้นระบบลม PNP เหมาะกับธุรกิจไหน ตัวอย่างใช้จริงร้านกะทิ ไส้ผัก และงานหมักข้าว

ในครัวและโรงงานอาหารขนาดเล็กหลายแห่ง ยังมีงานหนึ่งที่กินแรงคนมากที่สุดแต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง คืองานบีบน้ำออกจากกาก ไม่ว่าจะคั้นกะทิจากมะพร้าวขูด บีบน้ำออกจากผักสับก่อนทำไส้ หรือแยกน้ำออกจากกากข้าวหมัก พนักงานต้องห่อผ้าแล้วบิดหรือกดด้วยมือทีละก้อน ได้น้ำไม่เท่ากันในแต่ละรอบ และเมื่อทำทั้งวัน ข้อมือกับหลังก็รับไม่ไหว

เครื่องบีบคั้นแยกน้ำ-กากระบบลม รุ่น PNP เปลี่ยนแรงคนเป็นแรงลมอัด ผู้ใช้ใส่วัตถุดิบในถุงผ้ากรองลงถังตะแกรงสแตนเลส 304 แล้วสั่งวาล์วให้กระบอกลมดันแผ่นกดลงบีบ น้ำไหลผ่านรูตะแกรงลงถังนอกแล้วออกทางก๊อก เหลือกากในถุง ตัวเครื่องไม่ใช้ไฟฟ้า มีหกขนาดถังตั้งแต่ 8 ถึง 98 ลิตร และแต่ละขนาดเลือกได้ว่าจะเอาชุดที่มีปั๊มลมมาด้วยหรือไม่

บทความนี้จะไม่ไล่ตารางรุ่นหรือขั้นตอนต่อลมทีละขั้น แต่จะดูว่าธุรกิจแบบไหนได้ประโยชน์จากเครื่องนี้ และเครื่องอยู่ตรงไหนในวันทำงานจริง

ตัวอย่างวัตถุดิบที่ใช้กับเครื่องบีบคั้นระบบลม กากข้าวเหนียวหมัก มะพร้าวขูดทำกะทิ และไส้ผัก
ตัวอย่างวัตถุดิบตามข้อมูลผู้ผลิต: กากข้าวเหนียวหมัก มะพร้าวขูดทำกะทิ และไส้ผัก

เหมาะกับธุรกิจแบบไหน

ร้านกะทิสดและร้านขนมไทย

ร้านที่คั้นกะทิสดขายหรือใช้ทำขนมทุกเช้า ต้องคั้นมะพร้าวขูดหลายกิโลกรัมก่อนร้านเปิด เครื่องนี้ช่วยให้คั้นได้ทีละถุงใหญ่ด้วยแรงกดที่สม่ำเสมอ น้ำกะทิไหลออกทางก๊อกลงภาชนะรองโดยตรง ร้านขนาดเล็กเริ่มได้ที่ถัง 8 ลิตร ซึ่งผู้ผลิตระบุว่าใส่วัตถุดิบได้ราว 4–5 กก. ต่อรอบ ตัวเครื่องหนัก 28 กก. เข็นย้ายได้ ส่วนร้านที่ใช้กะทิมากอาจขยับไปถัง 13 หรือ 18 ลิตร

พนักงานครัวใส่ถุงผ้ากรองในถังตะแกรงแล้วกดบีบกะทิด้วยแรงลม
ภาพจำลอง: ใส่ถุงผ้ากรองในถังตะแกรงแล้วกดบีบกะทิด้วยแรงลม น้ำไหลออกที่ก๊อก

ร้านและโรงงานที่ทำไส้ผัก

ผักสับที่ยังมีน้ำมากทำให้ไส้แฉะและคุมรสยาก ร้านอาหารว่างและผู้ผลิตไส้จึงต้องบีบน้ำออกจากผักก่อนปรุงทุกล็อต การใช้เครื่องบีบด้วยแรงลมช่วยให้ผักแต่ละล็อตแห้งใกล้เคียงกัน ไส้ที่ได้จึงคุมคุณภาพง่ายขึ้น โรงงานไส้ที่ทำปริมาณมากอาจเลือกถัง 39 หรือ 52 ลิตร ซึ่งแรงกดกระบอกลมอยู่ที่ 2.8 ตัน

วิสาหกิจชุมชนแปรรูปข้าวหมัก

กลุ่มที่แปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวเหนียวหมัก ต้องแยกน้ำออกจากกากหลังหมัก ซึ่งเป็นงานเหนียวและหนักมือ ผู้ผลิตระบุว่าเครื่องนี้ใช้กับกากข้าวเหนียวหมักได้ ถังตะแกรงและถังนอกเป็นสแตนเลส 304 ที่ผู้ผลิตระบุเกรดอาหาร ข้อแนะนำคือแยกถุงกรองที่ใช้กับงานหมักออกจากงานนมหรือผัก เพราะกลิ่นติดผ้า

พนักงานโรงงานเล็กรองน้ำที่ก๊อกถังนอก แยกน้ำออกจากกากข้าวหมักด้วยเครื่องบีบระบบลม
ภาพจำลอง: รองน้ำที่ก๊อกถังนอก แยกน้ำออกจากกากข้าวหมักในโรงงานเล็ก

ผู้ผลิตโยเกิร์ตและผลิตภัณฑ์นมหมัก

ผู้ผลิตระบุว่าเครื่องใช้กับโยเกิร์ตหรือผลิตภัณฑ์นมหมักได้ ธุรกิจที่ต้องแยกน้ำออกเพื่อให้เนื้อข้นขึ้นสามารถใช้ถุงผ้ากรองเนื้อแน่นในถังตะแกรง แล้วกดด้วยแรงที่สม่ำเสมอแทนการแขวนถุงรอน้ำหยดนาน ๆ ทั้งนี้ควรทดลองกับสูตรของตัวเองและจดเวลากดกับน้ำที่ได้ เพราะผู้ผลิตไม่ได้ระบุตัวเลขผลผลิตต่อรอบ

ร้านน้ำผลไม้คั้นสด

ร้านที่คั้นน้ำผลไม้ขายปริมาณมากต่อวันใช้เครื่องนี้บีบเนื้อผลไม้ที่ปั่นหรือสับแล้วในถุงกรอง ได้น้ำใสกว่าการบิดผ้าด้วยมือ ข้อควรระวังคือวัตถุดิบแข็งอย่างเปลือกแข็งหรือเมล็ด จะทำให้ตะแกรงเจาะรูบุบได้ จึงควรคัดออกก่อน

ตัวอย่างการวางในขั้นตอนทำงาน

ลองนึกภาพร้านขนมไทยที่คั้นกะทิสดทุกเช้าด้วยชุดถัง 13 ลิตรที่มีปั๊มลมมาด้วย เครื่องจะอยู่ระหว่างขั้นขูดมะพร้าวกับขั้นเคี่ยวกะทิ

  1. เตรียมวัตถุดิบ (ก่อนเครื่องบีบ): ขูดมะพร้าว ผสมน้ำตามสูตรของร้าน แล้วแบ่งเป็นรอบตามความจุถัง
  2. เปิดลมและเตรียมเครื่อง: เปิดปั๊มลมรอความดันเต็ม ปิดก๊อก วางภาชนะรองใต้ก๊อก ตรวจว่าถังตะแกรงสะอาด
  3. ใส่วัตถุดิบ: วางถุงผ้ากรองในถังตะแกรงให้ขอบถุงล้นพ้นขอบ ใส่มะพร้าวทีละน้อยแล้วเกลี่ยให้เรียบ พับถุงคลุม วางแผ่นกดตรงกลาง
  4. กดบีบ (เครื่องทำงานหลัก): สั่งวาล์วให้ก้านกดลงช้า ๆ น้ำกะทิไหลผ่านรูตะแกรง เปิดก๊อกให้ไหลลงภาชนะรอง ค้างแรงกดไว้จนน้ำเกือบหยุดไหล
  5. เอากากออกและบีบรอบถัดไป: สั่งก้านขึ้น ยกแผ่นกดออก ยกถุงกากออก แล้วใส่วัตถุดิบรอบใหม่
  6. ส่งต่อและล้างเครื่อง (หลังเครื่องบีบ): นำกะทิไปเคี่ยวหรือใช้ทำขนม ปิดลมและระบายลมก่อนล้าง ล้างถุงกรองทันทีก่อนกากแห้ง แล้วล้างถังตะแกรง ถังนอก และแผ่นกด เช็ดให้แห้ง

จุดเด่นที่ช่วยธุรกิจ

  • ทุ่นแรงคน: ใช้แรงลมอัดกดแทนการบิดหรือกดด้วยมือ พนักงานคุมวาล์วอย่างเดียว ลดอาการเมื่อยล้าจากงานซ้ำ
  • แรงกดสม่ำเสมอ: แรงกระบอกลม 0.8–2.8 ตันตามขนาด ทำให้แต่ละรอบได้ผลใกล้เคียงกันเมื่อใช้วัตถุดิบและเวลากดเท่ากัน
  • ตัวเครื่องไม่ใช้ไฟ: ไฟ 220V ใช้เฉพาะปั๊มลมในชุดที่ลงท้าย C ส่วนตัวเครื่องที่โดนน้ำไม่มีระบบไฟฟ้า
  • ส่วนสัมผัสอาหารเป็นสแตนเลส 304: ถังตะแกรง แผ่นกด และถังนอก ผู้ผลิตระบุเกรดอาหาร
  • เข็นย้ายได้: มีล้อโพลียูรีเทนและถังนอกมีหูหิ้ว ย้ายไปล้างหรือจัดพื้นที่ครัวได้
  • ขยายตามยอดผลิต: หกขนาดถังตั้งแต่ร้านเล็กถึงโรงงาน และเลือกได้ว่าจะใช้ปั๊มลมเดิมหรือซื้อชุดพร้อมปั๊ม
ชิ้นส่วนเครื่องบีบคั้นระบบลม แผ่นฐานสแตนเลส แผ่นกดสแตนเลส 304 และตะแกรงถังเจาะรู
แผ่นฐานรับน้ำหนัก แผ่นกดสแตนเลส 304 แบบตัน และตะแกรงถังเจาะรู

สรุปสเปกย่อ

ขนาดถังตะแกรง

วัตถุดิบต่อรอบ (ตามผู้ผลิต)

แรงกด / น้ำหนักเครื่อง

8 ลิตร (PNP-8 / 8C)

ประมาณ 4–5 กก.

0.8 ตัน / 28 กก.

13 ลิตร (PNP-13 / 13C)

ประมาณ 8–9 กก.

1.2 ตัน / 47 กก.

18 ลิตร (PNP-18 / 18C)

ประมาณ 12.5–15 กก.

1.8 ตัน / 60 กก.

39 ลิตร (PNP-39 / 39C)

ประมาณ 22.5–25 กก.

2.8 ตัน / 106 กก.

52 ลิตร (PNP-52 / 52C)

ประมาณ 30–35 กก.

2.8 ตัน / 120 กก.

98 ลิตร (PNP-98 / 98C)

ประมาณ 70–75 กก.

2.8 ตัน / 140 กก.

ชุดลงท้าย C (พร้อมปั๊มลม)

ปั๊มลมไร้น้ำมัน 220V 1390 W

ถังลม 15 ลิตร (ถัง 8/13/18) หรือ 30 ลิตร (ถัง 39/52/98)

ก่อนสั่งควรเตรียมอะไร

  • ปริมาณต่อรอบและต่อวัน: ประเมินว่าต้องบีบวัตถุดิบกี่กิโลกรัมต่อรอบ เพื่อเลือกขนาดถังให้ไม่ต้องบีบหลายรอบเกินไป
  • แหล่งลม: ถ้ามีปั๊มลมอยู่แล้ว ต้องมีเกจและวาล์วนิรภัย และสอบถามความดันกับปริมาณลมที่ต้องใช้ เพราะผู้ผลิตไม่ได้ระบุ ถ้าไม่มี เลือกชุดลงท้าย C
  • ไฟสำหรับปั๊มลม: ปลั๊ก 220V ที่มีสายดิน ใช้ปลั๊กและเบรกเกอร์ที่รับ 10 แอมป์ขึ้นไป
  • พื้นที่ครัว: พื้นเรียบแข็งแรง เผื่อประตูและเพดาน รุ่นใหญ่สุดสูง 172 ซม. และเว้นด้านหน้าไว้วางถังรองน้ำ
  • ถุงผ้ากรอง: เตรียมถุงที่เนื้อแน่นพอกันกากหลุด และสอบถามว่ารวมมากับเครื่องหรือไม่
  • วัตถุดิบที่ไม่เหมาะ: กระดูก เปลือกแข็ง และเมล็ด ทำให้ตะแกรงบุบ ควรคัดออกก่อน

ดูรายละเอียดทุกรุ่นได้ที่ หน้าสินค้าเครื่องบีบคั้นระบบลม สแตนเลส 304 รุ่น PNP ดูภาพทั้งหมดใน บทความรวมภาพ และอ่านการติดตั้งระบบลมกับวิธีใช้ใน คู่มือการใช้งานภาษาไทย

สอบถามราคา / เลือกรุ่น / สั่งซื้อ LINE @PYCM โทร 02-114-7416 ต่อ 2

💬 LINE @pycm